กินผลไม้อะไรดี? ดีต่อร่างกาย

🍍 สับปะรด 🍍

ผลไม้คุ้นตา กับ ราคาที่สบายกระเป๋า มีประโยชน์มากมายที่หลายคนยังไม่รู้ ขึ้นชื่อในเรื่องช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารจำพวกโปรตีน

สรรพคุณ “สับปะรด”
📌 ลดความดันโลหิตสูง
📌 มีสารต้านอนุมูลอิสระ
📌 ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็ง
📌 ช่วยให้สุขภาพช่องปาก ฟัน และเหงือกแข็งแรง
📌 บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
📌 ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน
📌 อุดมไปด้วยวิตามินซี ต่อต้านหวัด เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
📌 ลดอาการท้องผูก
ดังนั้น ใครที่เป็นสายบุฟเฟต์ปิ้งย่าง ควรกินสับปะรด 2 – 3 ชิ้นใหญ่ๆ ตามหลังไปด้วยนะคะ

ที่มา www.itherb.com

🍎แอ๊ปเปิ้ล🍎
แอ๊ปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ถึงแม้แอ๊ปเปิ้ลจะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมาก แต่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เท่านั้นและแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก

📌แอปเปิ้ลแดง มีจุดเด่นที่ดีต่อสุขภาพคือมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย
แอปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดาแอ๊ปเปิ้ลด้วยกัน ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซีทำให้ผนังหลอด เลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
แอปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวานช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกินแอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้วยังมีอิลาสตินและ คอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
แอปเปิ้ลสีเหลือง มีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก

มะระกอ
มะละกอเป็นผลไม้ที่ย่อยง่าย จึงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสารอาหารและวิตามินในมะละกอ ก็สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย จึงให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้เต็มที่สุดๆ

🍋เลมอน🍋
เลมอนได้มากกว่ารสเปรี้ยวจี๊ดชื่นใจ เลมอนเป็นแหล่งสารออกฤทธิ์บำบัด เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยสมานผิว และยังอาจป้องกันเซลล์เปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง คั้นเลมอน 1-2 ผล ผสมกับน้ำผึ้งส้กช้อนในน้ำอุ่น ใช้จิบแก้เจ็บคอได้ดีเลมอนยังเป็นส่วนผสมราคาเยาในยาแก้ไอและเครื่องสำอางอีกด้วย

🍏ฝรั่ง🍏
ฝรั่งเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทุกชนิด ในฝรั่งน้ำหนัก 165 กรัม จะให้วิตามินสูงถึง 377 มิลลิกรัม ! มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 5 เท่า

ฝรั่งเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก หรือผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากฝรั่งอุดมไปด้วยกากใยอาหาร เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อิ่มนาน ช่วยกำจัดท้องร้อง อาการหิวที่คอยมากวนใจ เพราะกากใยจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ช่วยปรับระดับการใช้อินซูลินของร่างกายให้เหมาะสม และกากใยยังช่วยล้างพิษโดยรวมได้อีกด้วย จึงส่งผลทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส

🍒เชอร์รี่ 🍒
เชอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีมากกว่าส้มถึง 30-80 เท่า นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย จากผลงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า การกินเชอร์รี่มากถึง 20 ผลจะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้มากกว่าการกินยา เนื่องจากในผลเชอร์รี่มีสารที่ชื่อว่า แอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ทำให้คนกินมีความสุข ด้วยเหตุนี้แพทย์ตะวันตกจึงเรียกเชอร์รี่ว่า เป็นแอสไพรินธรรมชาติ ซึ่งช่วยในการลดการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็งเชอร์รี่เป็นผลไม้ชนิดหนี่งซี่งมีแหล่งอาหารที่มีเมลาโทนิ, สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและช่วยในการนอนหลับ
เชอรรี่จะเรียกว่า “อาหารสมอง” ช่วยในสุขภาพสมองและในการป้องกันการสูญเสียความจำ
เชอรรี่มีประสิทธิภาพอย่างสูงในการต้านการอักเสบ ลดอาการอักเสบและปวดที่ข้อต่างๆ

🍊ส้ม🍊
ส้ม เป็นผลไม้ยอดฮิตตลอดกาลมีรสชาติอร่อย และมีประโยชน์มากมาย ส้มเป็นผลไม้ลูกกลมๆสีส้ม มีรสหวานอมเปรี้ยว เป็นผลไม้ตระกูล Citrus และมีหลายสายพันธุ์ เช่น ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มเขียวหวาน ส้มจีน ส้มซันคิสต์ เป็นต้น ซึ่งส้มแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีรสชาติแตกต่างกันออกไป ส้มมีแร่ธาตุและมีวิตามินสูง ประกอบไปด้วย วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินดี แคลเซียม เกลือแร่ โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ใยอาหาร เบตาแคโรทีน และคอลลาเจน ส้มนั้นหาซื้อทานได้ง่ายมีให้ทานตลอดทั้งปีและมีราคาไม่แพงอีกด้วย ส้มนั้นมีวิตามินซีสูงซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านโรคภายในร่างกายได้

บลูเบอร์รี่
ผลไม้ลูกจิ๋วสีน้ำเงินอมม่วง ที่คุณประโยชน์ไม่จิ๋วเลยแม้แต่น้อย เป็นผลไม้หนึ่งในตระกูลเบอร์รี่ ที่ไม่ว่าจะทานสดๆ หรือเอาไปเป็นส่วนผสมในเมนูอะไรก็อร่อยทั้งนั้น ด้วยรสเปรี้ยวอมหวานและความจุ๊ยซี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งช่วงนี้กระแสฟิตแอนด์เฟิร์มมาแรง สาวๆ ครึ่งค่อนเมืองจึงหันมานิยมทานผลไม้เพื่อดูแลสุขภาพ และเชื่อว่าเจ้าบลูเบอร์รี่ก็ต้องเป็นผลไม้ติดท็อปลิสในใจของใครหลายๆ คน นอกจากอร่อยแล้ว คุณประโยชน์ยังมากเกินตัวกันอีกด้วยแถมยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก มากที่สุดในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เลยด้วยซ้ำ การบริโภคผลไม้ชนิดนี้เป็นประจำจึงช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระต่างๆ ที่จะมาทำลายผิวให้เกิดริ้วรอย แถมยังช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกไป พร้อมเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าเดิมออกมา

🥝กีวี่ 🥝
กีวี่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี เค บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี โอเมกา-3
มีสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นเปลือกของมันมีสารประกอบ flavanoid ในปริมาณที่สูงซึ่งทำหน้าที่เป็นแอนติออกซิแดนต์ซึ่งปกป้องเซลล์ของเรา
กากอาหารปริมาณสูง ช่วยกระตุ้นลำไส้เล็กของเรา ทำให้อาหารผ่านไปได้เร็วยิ่งขึ้น เส้นใยอาหารจากเปลือกกีวีนี้จะช่วยจับของเสียที่เป็นพิษลำไส้ของเรา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%

เสาวรส
กับคุณประโยชน์ของเสาวรสที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสดูมีน้ำมีนวลเเละให้คุณค่าดังนี้

📌ช่วยในการชะลอวัย ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

📌ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

📌ช่วยในการบำรุงสายตา เนื่องจากมีวิตามินเอรวมอยู่ด้วย

📌ช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น

📌ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย

📌มีวิตามินบี 2 ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม

📌มีแคลเซียมซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกเสื่อมและกระดูกหัก

📌มีโพแทสเซียมสูง ช่วยให้มีสติปัญญา จิตใจร่าเริงแจ่มใส ด้วยการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงที่สมอง

📌มีแมกนีเซียม ซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนเป็นพลังงาน

📌มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง

✨ทับทิม✨
30.สรรพคุณและประโยชน์ของทับทิม
1.ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
2.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยในการชะลอวัย
3.น้ำทับทิมมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง ด้วยการนำน้ำทับทิมประมาณ 1 ช้อนชามาทาทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก
4.น้ำทับทิมช่วยเพิ่มความสดชื่น แก้กระหาย คลายร้อนได้เป็นอย่างดี
5.ช่วยระงับกลิ่นปากได้อีกด้วย
6.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัด
7.ช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด
8.ทับทับมีวิตามินซีสูงมาก และยังมีวิตามินเอ วิตามินอี และกรดโฟลิกอีกด้วย
9.ใบทับทิมใช้ในการประกอบพิธีต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมนต์ในการประกอบพิธี
10ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องในหญิงตั้งครรภ์
11.ช่วยในการปรับฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน
12.ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ
13.ช่วยในการบำบัดอาการของโรคเบาหวาน
15ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาอักเสบ
16.น้ำต้มเปลือกทับทิมช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
17.ช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจ ด้วยการช่วยเสริมสุขภาพหัวใจให้ดียิ่งขึ้น
18.ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
19.ช่วยบำรุงสุขภาพฟันให้แข็งแรง
20.ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
21.ช่วยลดความดันโลหิตสูง
22.ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด
23.ช่วยในการฟอกไตและท่อปัสสาวะ
24.ช่วยลดสภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง
25.มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
26.ช่วยแก้อาการระดูขาว ตกเลือด
27.ช่วยบำรุงสุขภาพตับให้แข็งแรง
28.มีส่วนช่วยบำรุงและต่อต้านอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย
29.เปลือกทับทิมสามารถรักษาโรคท้องเดินและโรคบิดได้ เพราะมีสารในกลุ่มแทนนินอยู่ในปริมาณมาก
30.เปลือกทับทิมมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ

☀️ลิ้นจี่☀️
ลิ้นจี่ เป็นผลไม้ประจำฤดูกาล มีรสชาติอร่อย หวานอมเปรี้ยว ฉ่ำน้ำ ช่วยแก้กระหาย เหมาะในช่วงที่อากาศร้อนมาก เป็นผลไม้ที่นิยมทานกันมากนอกจากความอร่อยแล้ว ลิ้นจี่ยังมีสารอาหารที่ประกอบไปด้วย วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซีน กรดปาล์มิติก กรดลิโนเลอิก กรดโอเลอิก น้ำตาลกลูโคส ฟรักโทส และซูโครส ซึ่งสารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยในการป้องกันโรคได้มากมาย

📌ต้านมะเร็ง ในเปลือกลิ้นจี่มีสารฟลาโวนอยด์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีความสามารถต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งเต้านม
📌บำรุงตับ ช่วยปกป้องตับจากสารพิษได้ สารสกัดจากเปลือก เนื้อใน และเมล็ดของลิ้นจี่มีฤทธิ์ในการช่วยดูแลตับและป้องกันการเกิดโรคตับ
📌ป้องกันเหน็บชา ลิ้นจี่อุดมด้วยวิตามินบี 1 จึงมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเหน็บชาได้
📌แก้หวัด ลิ้นจี่มีสรรพคุณทางยาในการแก้โรคหวัดได้สูง และบรรเทาอาการคัดจมูก และยังมีสรรพคุณช่วยต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ด้วย
📌บำรุงผิว ลิ้นจี่ช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวีและแสงแดด ทำให้ผิวดูสุขภาพดี ไม่เสื่อมก่อนวัย
📌บรรเทาอาการไอ ช่วยลดอาการไอเรื้อรัง บรรเทาอาการเจ็บคอ และแก้อาการติดเชื้อในลำคอ
📌ทานแล้วไม่อ้วน ลิ้นจี่มีพลังงานต่ำ เส้นใยอาหารสูง แถมไขมันน้อย แต่ก็มีน้ำตาลค่อนข้างสูงจึงไม่ควรทานในปริมาณที่มากเกินไป
📌ดับกระหาย สรรพคุณของลิ้นจี่ช่วยดับกระหาย เพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ลดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย จึงนิยมนำลิ้นจี่มาทำน้ำผลไม้
📌ลดไขมันในเส้นเลือด สรรพคุณดีของลิ้นจี่สามารถช่วยสลายไขมันที่สะสมอยู่ในเส้นเลือด ป้องกันการเกิดเส้นเลือดในสมองแตก และลดความเสี่ยงจะเกิดโรคหัวใจได้
📌ช่วยบำรุงระบบประสาท ลิ้นจี่มีสรรพคุณในการทำให้ระบบประสาทในร่างกายมีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะลิ้นจี่อุดมไปด้วยวิตามินบีและยังมีคุณสมบัติลดไขมันและช่วยผลิตเม็ดเลือดแดง
📌เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลิ้นจี่มีประโยชน์เป็นยาบำรุงอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงยิ่งขึ้น
📌รักษาอาการท้องเสีย ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง รักษาอาการท้องเดิน โดยการนำเปลือกลิ้นจี่มาสกัดเป็นชาแล้วใช้ชงดื่ม
📌ลดกรดในกระเพาะอาหาร ลิ้นจี่สามารถช่วยย่อยอาหาร ลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ
📌บรรเทาอาการปวด ลิ้นจี่มีสรรพคุณช่วยลดอาการปวด เช่น ปวดท้อง ปวดไส้เลื่อน ปวดบวมอัณฑะ เป็นต้น

🥝กีวี่ 🥝
กีวี่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี เค บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมงกานีส สังกะสี โอเมกา-3
มีสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นเปลือกของมันมีสารประกอบ flavanoid ในปริมาณที่สูงซึ่งทำหน้าที่เป็นแอนติออกซิแดนต์ซึ่งปกป้องเซลล์ของเรา
กากอาหารปริมาณสูง ช่วยกระตุ้นลำไส้เล็กของเรา ทำให้อาหารผ่านไปได้เร็วยิ่งขึ้น เส้นใยอาหารจากเปลือกกีวีนี้จะช่วยจับของเสียที่เป็นพิษลำไส้ของเรา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%.

✨แตงโม✨
แตงโมเป็นผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุอยู่ภายในมากมาย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล เส้นใย โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี กรดโฟลิก แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และ สังกะสี
แตงโมจัดเป็นพืชผลไม้ตระกูลเดียวกันกับ แคนตาลูป ฟักทอง และแตงกวา เนื้อของแตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักทำให้มีคุณสมบัติเย็น เมื่อทานแล้วให้ความรู้สึกหวานชื่นใจ ช่วยคลายร้อน จึงมักนิยมกินแตงโมกันในช่วงเวลาอากาศร้อน

📌แตงโมเป็นผลไม้ที่มีแคลลอรี่ต่ำ
แตงโม จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน และควบคุมน้ำหนักอย่างมาก ทั้งยังสามารถป้องกันและลดการสะสมของไขมันที่จับอยู่ภายในหลอดเลือดได้ ในแตงโมยังมี ไลโคปีน (Lycopene) ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมไปถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ นอกจากนี้แตงโมยังช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสายตา และสามารถใช้ล้างพิษจากอาหารที่ทานเข้าไปก่อนหน้าได้ด้วย ทั้งยังช่วยลดอาการเป็นไข้ คอแห้ง และรักษาแผลในปาก

📌แตงโมช่วยบำรุงผิวกายได้
นอกจากเอาแตงโมมาทานเพื่อให้ประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว แตงโมยังนำไปใช้ในการบำรุงผิวกายได้ ด้วยการเอาแตงโมมาพอกหน้า หรือใช้ทำทรีทเม้นท์เพื่อบำรุงผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน การพอกหน้าด้วยแตงโมยังช่วยดูดซับความมันบนใบหน้า และลดอาการแสบแดงที่เกิดจากผิวไหม้แดดได้อีกด้วย ส่วนวิธีการทำแตงโมพอกหน้าสามารถทำได้ง่ายๆโดย นำเนื้อแตงโมมาฝานให้เป็นแผ่นบางๆ แล้วนำเอาไปวางในผ้าขาวบาง จากนั้นจึงนำมาวางปิดลงบนใบหน้าให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นจึงล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด

💊มังคุล 💊
“มังคุด” นั้นได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” แต่สำหรับเราขอมอบอีกหนึ่งตำแหน่งให้แก่ผลไม้ชนิดนี้ นั่นคือ “ราชินีแห่งยารักษาโรค” เพราะมังคุดไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่ภายนอกมีลักษณะโดดเด่น และเนื้อภายในมีรสชาติที่หวานอร่อยเท่านั้น แต่มันยังมีสรรพคุณทางยาและมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนเราอีกมาก จนเราต้องนำสรรพคุณ และประโยชน์ของมังคุดมาเล่าสู่กันฟัง
สรรพคุณของมังคุด ประโยชน์เพื่อการรักษาโรค

📌มังคุดมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิต ทราบหรือไม่ว่าการกินมังคุดเป็นประจำจะทำให้อารมณ์ดี จิตใจดี ช่วยลดความเครียด และป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ทำให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

📌มังคุดมีสรรพคุณเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ปรับระบบภูมิคุ้มกันให้สมดุล จึงช่วยลดโอกาสจะเกิดโรคต่างๆ ได้น้อยลง เช่น ลดอาการของโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด การอักเสบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ตับเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม โรคพาร์กินสัน ไทรอยด์เป็นพิษ ฯลฯ

📌มังคุดมีสรรพคุณลดคอเลสเตอรอล การกินมังคุดสุกช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด รวมทั้งช่วยขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเกี่ยวกับทางเดินหัวใจ

📌 มังคุดมีสรรพคุณในการจับอนุมูลอิสระได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส แข็งแรง

📌 ในเนื้อมังคุดสุกมีกากใยอาหารที่สูง หากได้กินเป็นประจำจะทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ช่วยย่อยอาหารและท้องไม่ผูก

📌ประโยชน์ของมังคุดช่วยแก้ท้องเสีย หากมีอาการท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด มังคุดสามารถช่วยรักษาได้นะ ด้วยการนำเปลือกมังคุดตากแห้งประมาณ 1 ลูก มาต้มกับน้ำปูนใสใช้ดื่มแต่น้ำ

📌 มังคุดมีสรรพคุณรักษาสิว สารสกัดจากเปลือกมังคุดยังมีคุณสมบัติในการรักษาสิว ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุการเกิดสิว และลดการอักเสบได้ดีด้วย

📌 ประโยชน์ของมังคุดในการลดน้ำหนัก ในทางการแพทย์ได้ยืนยันว่า กินมังคุดแล้วไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นแน่นอน แม้ว่ามังคุดมีรสชาติหวาน แต่ก็มีแคลอรีน้อยและพลังงานต่ำ จึงเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก

📌 มังคุดมีสรรพคุณรักษาโรคผิวหนัง ตามภูมิปัญญาพื้นบ้านหากนำเปลือกมังคุดแห้งมาต้มน้ำอาบหรือผสมปูนใช้ทาแก้โรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน เชื้อรา ผดผื่นคัน ฯลฯ

📌มังคุดมีสรรพคุณรักษาและสมานแผลในช่องปาก หากเกิดอาการปากแตกก็ช่วยให้หายเร็วขึ้น ลดกลิ่นปาก บำรุงสุขภาพภายในช่องปากและเหงือกให้แข็งแรง และเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงด้วย

📌 มังคุดมีสรรพคุณลดและควบคุมระดับน้ำตาลได้ ซึ่งส่งผลช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน

📌 ประโยชน์ของมังคุดในด้านสายตา หากใครที่มีปัญหาเรื่องสายตา หรือกลัวว่าจะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสายตา กินมังคุดเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้

📌ประโยชน์ของมังคุด ป้องกันการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งชนิดต่างๆ ในร่างกายได้ดี โดยจากการวิจัยพบว่า สารสกัดจากมังคุดทั้งลูกช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดที่มีฤทธิ์กำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งได้เกือบทุกชนิด

📌มังคุดมีสรรพคุณยับยั้งเชื้อ HIV คุณสมบัติทางการแพทย์ที่สำคัญของสารสกัดจากมังคุดอีกข้อคือ ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสเอชไอวีบางตัวได้ (แต่ไม่ได้ป้องกันเชื้อไวรัสเอชไอวี) โดยสารแซนโทนนั้นมีฤทธิ์ช่วยต้านและยับยั้งการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เชื้อรา เชื้อจุลินทรีย์ และเชื้อไวรัสต่างๆ อย่างเชื้อเอชไอวี หรือเชื้อวัณโรค

📌ประโยชน์จากเมล็ดของมังคุด ส่วนของเมล็ดมังคุดนั้นมีรสฝาดจึงทำให้ไม่มีใครกินมัน และอาจคิดว่ามันกินไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเรากินได้นะ แถมยังมีประโยชน์เพราะมีกรดไลโนเลอิกซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่มีความต้องการและจะได้รับจากอาหารเท่านั้น

🌴มะพร้าว🌴
ประโยชน์ของมะพร้าว
มะพร้าวอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย เหมาะสำหรับนำมาใช้บำรุงร่างกาย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง ซึ่งประโยชน์ของมะพร้าวก็มีดังนี้

📌ดื่มแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่น
ในช่วงอากาศร้อน น้ำมะพร้าวเป็นตัวเลือกที่ดี เพื่อใช้ดื่มดับกระหาย คลายร้อน เนื่องจากมะพร้าวมีฤทธิ์เย็น มีปริมาณกลูโคสและฟรักโทสสูง ทำให้ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่าย หลังจากดื่มน้ำมะพร้าวเข้าไป จะทำให้รู้สึกสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว

📌เต็มไปด้วยเกลือแร่
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย สามารถดื่มน้ำมะพร้าวแทนเครื่องดื่มเกลือแร่ได้เลย เนื่องจากในน้ำมะพร้าวอุดมไปด้วย แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และวิตามินหลากหลายชนิด แถมยังเป็นเกลือแร่ที่มาจากธรรมชาติ ช่วยลดความอ่อนล้าอ่อนเพลีย จากการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี

📌บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง
น้ำมะพร้าวนั้นดีต่อสุขภาพผิว เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติหลายชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม มีวิตามินซี ที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ช่วยป้องกันแสงแดด ทำให้ผิวตึงกระชับ น้ำมะพร้าวยังมีสารที่ช่วยชะลอความแก่ให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ ปราศจากริ้วรอย และเพราะในน้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงช่วยบำรุงสุขภาพของผู้หญิง ดีต่อระบบภายใน สาวๆ ดื่มแล้วจึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และอ่อนเยาว์อย่างมากนั่นเอง

🍓สตรอเบอร์รี่ 🍓
สตรอเบอร์รี่ หลายๆ ท่านคงเข้าใจว่าสตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ แต่ที่จริงแล้วสตรอเบอร์รี่นั้นอยู่ในพืชสกุลเดียวกับดอกไม้และอยู่ในวงศ์เดียวกับดอกกุหลาบ
สตรอเบอรี่มีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง มีวิตามินซีและไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrient) ซึ่งทำให้อนุมูลอิสระลดน้อยลง มีไอโอดินที่ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพอีกด้วย
บำรุงสายตา เพราะสตรอเบอร์รี่มีวิตามิน ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) กรดฟีโนลิกส์ ที่ช่วยในการลดและชะลอการเกิดอนุมูลอิสระได้ แถมยังช่วยให้ปรับความดันในตาให้กลับมาเป็นปกติ
ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ
ลดความดันโลหิต เพราะสตรอเบอร์รี่นั้นมี โพแทสเซียม (Potassium) และแมกนีเซียม (Magnesium) ที่ช่วยปรับความดันโลหิตให้กลับสู่สภาวะปกติ

🍇องุ่น 🍇
องุ่นเป็นอาหารบำรุงร่างกายอีกชนิดหนึ่ง นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหาร ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีหลายชนิด สารอาหารที่สำคัญคือน้ำตาล และสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์อีกหลายชนิดเช่น น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโคส วิตามินซี นอกจากนี้ยังมีเหล็ก และแคลเซี่ยม นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วย กรดเอลลาจิก ซึ่งเป็นสาร ฟลาโวนอยด์ ที่มีพลังในการต่อสู้กับมะเร็ง การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้ง แรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้

🌈มะม่วง🌈
ประโยชน์ของมะม่วง ผลไม้มากคุณค่า ไม่คว้าไว้จะเสียใจมะม่วง ผลไม้สุดโปรดของใครหลายคน ที่มีทั้งรสชาติหวานมัน และเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจนเข็ดฟัน อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้จะแค่มีรสชาติดีเท่านั้นถ้ายังไม่ได้รู้คุณประโยชน์ที่แท้จริงของมะม่วง !

พูดถึงมะม่วง หลาย ๆ คนก็อาจจะรู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาในทันทีเลยใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะกินตอนดิบหรือสุกแล้วก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ก็มีหลายคนไม่ชอบทาน เพราะเชื่อว่ามะม่วงมีแป้งเยอะ ทานแล้วจะทำให้อ้วน หารู้ไม่ว่ามะม่วงนี่ล่ะคือผลไม้มากคุณประโยชน์ที่รู้แล้วต้องกรี๊ด วันนี้OMGพาไปพบกับข้อมูลคุณประโยชน์อันน่าตื่นตาตื่นใจของผลไม้รูปร่างคล้ายถั่วชนิดนี้ ว่าจะดีจริงหรือไม่ รับประทานแล้วจะอ้วนหรือเปล่า ต้องอ่านไม่งั้นเดี๋ยวคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องนะ

มะม่วง เป็นผลไม้ที่มีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และโซเดียมต่ำ และยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามินบี 6 วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งโพแทสเซียม แมกนีเซียม และสังกะสี นอกจากนี้ก็ยังมีเควอซิทิน (Quercetin) เบต้าแคโรทีน (Beta Carotine) กรดโฟลิก และ แอสตรากาลิน (astragalin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีทรงพลัง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ ริ้วรอยก่อนวัย โรคมะเร็ง หรือภาวะเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ที่เกิดจากสารอนุมูลอิสระอีกด้วย